Japanese Green Tea

ทำไม Gyokuro จึงพรีเมียม? จุดเด่นเฉพาะตัวและการเพาะปลูกที่ต้องใช้แรงและเวลา

Gyokuro shade-growing

Gyokuro ชาที่ปลูกในร่ม — เคล็ดลับแห่งรสอูมามิ

ปกป้องรสอูมามิจากแสงแดด
Gyokuro ผลิตจากยอดอ่อนของต้นชาเช่นเดียวกับ Sencha แต่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงในวิธีการเพาะปลูก จุดเด่นที่สุดคือ “การปลูกในร่ม” หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “hi-fuku saibai” หรือ “oishita-saibai” ซึ่งเป็นการคลุมต้นชาด้วยวัสดุป้องกันแสงแดดก่อนเก็บเกี่ยว

รักษา Theanine ลดความขมฝาด
สารอูมามิอย่าง Theanine ถูกสร้างขึ้นจากรากชาและเคลื่อนขึ้นสู่ใบ แต่เมื่อใบได้รับแสงแดดจัด Theanine จะเปลี่ยนเป็น Catechin ซึ่งให้รสขมและฝาด การปลูกในร่มช่วยลดการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ใบชารักษาปริมาณ Theanine ได้มาก จึงมีรสหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติ

สีเขียวเข้มและกลิ่นหอมแบบ “คลุมร่ม”
เมื่อได้รับแสงน้อยลง ใบชาจะผลิตคลอโรฟิลล์มากขึ้น ทำให้มีสีเขียวเข้มสดใส และเกิดกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เรียกว่า “กลิ่นคลุมร่ม” หรือ ooika ซึ่งให้ความหอมแบบสาหร่ายทะเลและความหวานละเมียดอันเป็นเอกลักษณ์ของชา Gyokuro

ระยะเวลาคลุมร่มยาวนานกว่าชา Kabusecha
ชาที่ปลูกในร่มชนิดอื่น เช่น Kabusecha จะคลุมร่มเพียง 7–14 วัน แต่ Gyokuro จะคลุมยาวนานประมาณ 20 วันหรือมากกว่า ระยะเวลานี้ทำให้รสชาติของชาเข้มข้นขึ้น เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน และมีกลิ่นหอมหรูหราเป็นพิเศษ

ชาที่ต้องอาศัยเวลา ความชำนาญ และความใส่ใจ
ระหว่างช่วงคลุมร่ม เกษตรกรต้องคอยปรับระดับแสงทุกวันเพื่อให้ต้นชาได้รับแสงโดยตรงน้อยที่สุด ต้องใช้วัสดุ แรงงาน และการดูแลมากกว่าการผลิตชาแบบปกติ อีกทั้ง Gyokuro ยังสามารถปลูกได้เฉพาะในบางพื้นที่เท่านั้น จึงมีปริมาณจำกัดและมีมูลค่าสูง

คิดเป็นไม่ถึง 1% ของการผลิตชาทั้งหมดในญี่ปุ่น
ด้วยกระบวนการที่ละเอียดและใช้แรงงานมาก Gyokuro จึงจัดเป็นหนึ่งในชาญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่หายากมาก โดยคิดเป็นไม่ถึง 1% ของการผลิตชาทั้งประเทศ และมักถูกมอบเป็นของขวัญล้ำค่าหรือดื่มในโอกาสพิเศษเท่านั้น.